Dynamic Load Test

Dynamic Load Test คือ การทดสอบเพื่อประเมินความสามารถในการรับน้ำหนักของเสาเข็มด้วยวิธีทางพลศาสตร์ (Dynamic Method) โดยใช้การวิเคราะห์คลื่นความเค้น (Stress Wave) จากการตอกตุ้มน้ำหนักลงบนหัวเสาเข็ม ตามมาตรฐาน ASTM D4945 (แตกต่างจาก Seismic Test ที่จะใช้หาความสมบูรณ์ของเสาเข็ม) ด้วยวิธีการใช้ตุ้มน้ำหนักกระแทกลงที่บริเวณหัวเข็ม และใช้เซ็นเซอร์วัดแรงที่เกิดขึ้นในเสาเข็มพร้อมทั้งระยะทรุดตัวของเสาเข็ม ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการวัดจากเซ็นเซอร์ทั้งสองจะถูกนำมาคำนวณ ด้วย Wave Equation เพื่อคำนวณหาค่าแรงต้านทานของเสาเข็มทั้งที่ผิวและที่ปลายเข็ม (Pile Resistance) คลิ๊กเพื่อตรวจสอบราคาทดสอบ Dynamic Load Test

การติดตั้ง Sensor สำหรับ Dynamic Load Test
เซ็นเซอร์ที่ใช้ในการทดสอบ Dynamic Load Test

วิธีการวิเคราะห์ค่ารับน้ำหนักของเสาเข็ม

            การวิเคราะห์ข้อมูลจาก Dynamic Test ทำได้โดยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง แรงที่กระทำในเสาเข็ม ซึ่งได้มาจากการแปลงสัญญาณความเครียดจาก Strain Transducer และ ความเร็วของอนุภาคเสาเข็มที่แปลงอยู่ในรูปของแรงด้วยการคูณด้วยค่าอิมพิแดนซ์ของเสาเข็ม โดยความสัมพันธ์ระหว่างค่าที่แรงที่กระทำในเสาเข็มและความเร็วของอนุภาคจะแสดงไว้เทียบกับในแต่ละช่วงเวลา วิธีการเหล่านี้เป็นผลงานวิจัยของทีมงานจากมหาวิทยาลัย Case Western Reserve University ที่มลรัฐ Ohio สหรัฐอเมริกา ซึ่งมี 2 วิธีคือ

 (1) Case Method

เป็นวิธีที่ที่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วในสนาม แบบจำลองที่ใช้จะกำหนดให้แรงต้านทั้งหมดเกิดขึ้นที่เข็ม การวัดค่าแรง และความเร็วของอนุภาคจากกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรง และความเร็ว ตัวอย่างการคำนวณแสดงในรูป มีสูตรการคำนวณดังนี้

วิธีวิเคราะห์ Dynamic Load Test ด้วย Case Method
ตัวอย่างการคำนวณหาค่ากำลังรับน้ำหนักเชิงสถิตของเสาเข็ม(RMX)
ด้วยวิธี Case Method

เมื่อ     RTL      =   Total static and dynamic resistance on a pile.

            F          =   Force measured at gauge location.

            V         =   Velocity measured at gauge location.

            t1          =   เวลาตกกระทบ

            t2          =   เวลาที่คลื่นสะท้อนกลับจากปลายเสาเข็ม (t1+ 2L/C)

            E          =   Elastic modulus ของเสาเข็ม

            C         =   ความเร็วของคลื่นที่เดินทางในเสาเข็ม

            A         =   พื้นที่หน้าตัดเสาเข็มบริเวณติด gauge.

            L          =   ความยาวเสาเข็มวัดจากจุดติด gauge.

            ค่า Static pile capacity RSP สามารถคำนวณได้โดยค่า Damping หรือ Dynamic resistance ลบจากค่า RTL

RSP   =  RTL  –  J[V(t1) EA/C  +  F(t1)  +  RTL]

  เมื่อ    J           =  CASE damping factor บริเวณปลายเสาเข็ม

(2) CAPWAP Method (CASE Pile Wave Analysis Program)

แสดงโมเดล Finite Element ของ Dynamic Load  Test ของเสาเข็ม
แสดง Pile Wave Analysis Model ที่ทำการแบ่งเสาเข็มและดินรอบเสาเข็มเป็น Element โดยแต่ล่ะ Element แสดงพารามิเตอร์ที่สำคัญ เพื่อใช้ในการคำนวณโดยกำหนดค่าแรงในเสาเข็มที่วัดจากสนามเป็นค่า Input และค่าความเร็วของอนุภาคเป็นค่า Output

วิธีนี้ใช้ Input ค่าที่วัดจากสนามลงใน Pile Wave Analysis Model ซึ่งแสดงในรูป เพื่อให้ได้ค่า Output ที่ออกมาใกล้เคียงกับค่าที่วัดจริงในสนามให้มากที่สุด Pile Wave Analysis Model จะทำการแบ่งเข็มและดินโดยรอบออกเป็น Element และแต่ละ Elements ก็จะมีค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น Shaft Resistance, End Bering Resistance, Damping Factor, Displacement เป็นต้น การปรับค่าพารามิเตอร์เหล่านี้ จะส่งผลต่อค่า Output ที่ได้จากการคำนวณ โดยขั้นตอนการคำนวณสามารถเลือกทำได้ 2 วิธีดังนี้

  • ใช้ข้อมูลป้อนเข้าเป็นค่าแรงที่เกิดขึ้นในเสาเข็มเป็น Input ของโมเดล ทำการปรับค่าพารามิเตอร์ในแต่ล่ะ Elements เพื่อให้ได้ Output ออกมาเป็นค่าความเร็วของอนุภาค และนำค่าความเร็วของอนุภาคดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับค่าความเร็วของอนุภาคที่ทำการเก็บข้อมูลจาก Accelerometer และทำการ Iteration ปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ไปจนกว่าจะได้ค่า Output ที่ใกล้เคียงกับค่าที่วัดจริงในสนาม
  • ใช้ Input เป็นค่าความเร็วของอนุภาคที่เก็บข้อมูลจาก Accelerometer และทำการปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อให้ได้ Output ที่เป็นค่าแรงที่เกิดขึ้นในเสาเข็ม และนำค่าที่ได้จากการคำนวณนั้นไปเทียบกับค่าแรงในเสาเข็มที่ได้จาก Strain Transducer และทำการ Iteration ปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ไปจนกว่าจะได้ค่า Output ที่ใกล้เคียงกับค่าที่วัดจริงในสนาม

ด้วยเหตุนี้ ความแม่นยำของการคำนวณโดยวิธีนี้ จะใช้ค่า Match Quality เป็นตัวแสดง ซึ่ง Match Quality นี้เป็น ค่าความคลาดเคลื่อนของค่า Output เทียบกับค่าจริงที่วัดได้ในสนาม ค่าที่แนะนำสำหรับใช้ในการวิเคราะห์ผลคือ ต้องทำการ Iteration ให้ได้ค่า Match Quality น้อยกว่า 3%

วิธีการทดสอบ Dynamic Load Test

Dynamic Load Test นี้เป็นการทดสอบเพื่อประเมินการรับน้ำหนักของเสาเข็ม โดยเป็นการทดสอบระหว่างตอกเสาเข็ม มีการวัดค่าแรง (Force) และความเร็ว (Velocity) จากสัญญาณสะท้อนคลื่นความเค้น (Stress Wave) ขณะที่ลูกตุ้มเหล็กกระแทกหัวเสาเข็ม แล้วประเมินกำลังรับน้ำหนัก โดยวิธี Case Pile Wave Analysis Method ตามมาตรฐานการทดสอบ ASTM D 4945-07 และมยผ.1252-51

            การทดสอบเริ่มจาก การยึดติดตั้ง Strain Transducers  และ Accelerometer Transducers  กับผิวด้านข้างของเสาเข็มทดสอบ 2 ด้าน ที่ระยะห่างจากหัวเข็มไม่น้อยกว่า 1.00 เท่าของขนาดเสาเข็ม  หลังจากนั้นจึงทำการปรับ Calibrate ตัววัดสัญญาณเครื่องมือทดสอบให้อยู่ในช่วงค่าที่เหมาะสมแล้ว ในขั้นตอนถัดไปจึงทำตอกทดสอบโดยตอกตุ้มเหล็ก ระยะยก 0.20-0.50 เมตร ลงบนเสาหัวเข็มที่รองรับแรงกระแทกด้วยหมวกครอบหัวเสาเข็ม หรือแผ่นยาง ในการตอกแต่ละครั้งก็ตรวจสอบสัญญาณที่เกิดขึ้นว่าถูกต้องหรือไม่ (ไม่มี Bending เกิดขึ้นในขณะตอก) และวัดค่าการทรุดตัวในแต่ละครั้งที่ทำการทดสอบตอกเสาเข็ม นำสัญญาณที่ทดสอบในสนามที่ถูกต้อง และมีระยะการทรุดตัวเหมาะสมมาทำการวิเคราะห์โดยวิธี Case Method และ Case Pile Wave Analysis Method เพื่อสรุปหาค่ากำลังรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มที่ถูกต้องในขณะนั้น ในห้องปฏิบัติการต่อไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบ Dynamic Load Test (FAQ)

1. การทดสอบ Dynamic Load Test กับ Static Load Test ต่างกันอย่างไร?

คำตอบ: ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “วิธีการ” และ “เวลา” ครับ

  • Static Load Test (แบบดั้งเดิม): ใช้น้ำหนักจริง (เช่น ก้อนคอนกรีต หรือแม่แรงไฮดรอลิก) กดลงบนเสาเข็มช้าๆ เพื่อดูการทรุดตัว มีความแม่นยำสูงที่สุดแต่ใช้เวลานาน (หลายวันต่อต้น) และค่าใช้จ่ายสูง
  • Dynamic Load Test (แบบพลศาสตร์): ใช้การตอกด้วยลูกตุ้มน้ำหนักแล้ววิเคราะห์จากคลื่นความเค้น (Stress Wave) สามารถทดสอบได้รวดเร็ว (หลายต้นใน 1 วัน) ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า และให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำใกล้เคียงกับวิธี Static ถึง 85-95% หากวิเคราะห์ด้วยวิธี CAPWAP

2. ใช้เวลานานแค่ไหนในการทดสอบ Dynamic Load Test?

คำตอบ: การติดตั้งเซนเซอร์และการตอกทดสอบจริงใช้เวลาเพียง 15-30 นาทีต่อต้น เท่านั้นครับ ทำให้ใน 1 วันสามารถทดสอบเสาเข็มได้จำนวนมาก (ประมาณ 5-10 ต้น ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนย้ายปั้นจั่นหรือตุ้มตอก) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่ต้องการความรวดเร็วเพื่อดำเนินงานก่อสร้างส่วนถัดไป

3. มาตรฐานวิศวกรรมที่ใช้รองรับคืออะไร?

คำตอบ: การทดสอบของเราดำเนินการตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานในประเทศที่เข้มงวด ได้แก่:

  • ASTM D4945: มาตรฐานสากลสำหรับการทดสอบ High-Strain Dynamic Testing of Piles
  • มยผ. 1252-51: มาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง ว่าด้วยการทดสอบหาความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็มด้วยวิธีพลศาสตร์
  • มาตรฐาน วสท.: ข้อกำหนดโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

4. ผลการทดสอบ Dynamic Load Test บอกอะไรเราได้บ้าง?

คำตอบ: นอกเหนือจากกำลังรับน้ำหนักสูงสุดของเสาเข็ม (Ultimate Capacity) แล้ว การทดสอบนี้ยังบอกถึง:

  • Integrity: ความสมบูรณ์ของเนื้อคอนกรีตตลอดความยาวเสาเข็ม
  • Driving Stresses: ความเค้นที่เกิดขึ้นในเสาเข็มขณะตอก เพื่อป้องกันเสาเข็มแตกหัก
  • Hammer Performance: ประสิทธิภาพของปั้นจั่นหรือตุ้มตอกที่ใช้